หมอเตือน 5 ผลไม้ที่ดูไม่หวาน แต่น้ำตาลพุ่งปรี๊ด คนเป็นโรคควรระวัง แนะถ้าอยากจริง ๆ ให้กินยังไง

ผลไม้หลากหลายชนิดในตะกร้า รวมทั้งทุเรียน สับปะรด และผลไม้เมืองร้อนอื่นๆ

หมอเตือน 5 ผลไม้ที่ดูไม่หวาน แต่น้ำตาลพุ่งปรี๊ด คนเป็นโรคควรระวัง แนะถ้าอยากกินจริง ๆ ควรกินยังไง ก่อนจะเผลอจัดเต็มผลไม้หน้าฝน

ในขณะที่ประเทศไทยแทบจะเป็นสวรรค์ของผลไม้ ที่มีผลไม้มากมายให้กินอยู่ทุกฤดู รวมถึงหน้าฝนนี้ แต่รู้หรือไม่ว่าผลไม้โปรดของใครหลาย ๆ คนอาจมีน้ำตาลอยู่มากกว่าที่คิด แม้ว่าดูแล้วเหมือนจะเป็นผลไม้ที่ไม่หวานก็ตาม 

ล่าสุด  เพจ หมอเจด โดย นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้เผยลิสต์ “5 ผลไม้ที่เหมือนไม่หวาน แต่ระวังน้ำตาลพุ่งปรี๊ด” ให้ประชาชนได้ระมัดระวังในการกิน ซึ่งบอกเลยว่าล้วนแต่เป็นผลไม้สุดอร่อยหน้าฝน ที่หลายคนกินกันเป็นประจำ แต่คนที่เป็นเบาหวาน ไขมันพอกตับ ผู้ที่มีความดันสูง หรืออยากลดน้ำหนัก ต้องระวังให้ดี ๆ 

ทุเรียนที่เปิดเผยเนื้อสีเหลืองสดใส วางอยู่บนจานพร้อมกับทุเรียนอื่นๆ และตะกร้าถักไม้ในพื้นหลัง

1. ทุเรียน

ทุเรียนประกอบไปด้วยน้ำตาล 3 ตัว ทั้งกลูโคส ฟรุกโตส และซูโครส แถมยังไขมันอีกเพียบ ปัญหาคือเวลากินทุเรียน มันจะอดใจไม่ไหว หลายคนที่มีปัญหาเรื่องการควบคุมเบาหวาน ความดัน ต้องอดใจไว้ให้ดี 

ถ้าอยากจะกินทุเรียน แนะนำให้กินแค่ 1 เม็ดพอ และให้เลือกกินแบบ “กรอบนอกนุ่มใน” เนื้อไก่ฉีก เพราะน้ำตาลน้อย เนื่องจากเนื้อลักษณะนี้จะยังไม่เปลี่ยนเป็นน้ำตาลเยอะ ต่างจากการกินแบบนิ่ม ๆ เละ ๆ แบบปลาร้า จะมีน้ำตาลสูง กระฉูดแน่นอน 

ผลมังคุดสดบนใบไม้สีเขียว มีผลมังคุดทั้งผลและผลที่หั่นแล้วให้เห็นเนื้อในสีขาว

2. มังคุด

มังคุดประกอบไปด้วยน้ำตาลฟรุกโตสอยู่สูงมาก หรือเรียกว่าเป็น 90% กว่า ๆ ของน้ำตาลในมังคุด แถมกินเยอะก็ไม่อิ่ม เมื่อกินเสร็จกล้ามเนื้อก็นำอะไรไปใช้ไม่ได้ด้วย ไปเดินก็ไม่ช่วย บางครั้งเจาะน้ำตาลปลายนิ้วก็ไม่ขึ้น เพราะเป็นน้ำตาลฟรุกโตส ทำให้นึกว่ากินมักคุดแล้วน้ำตาลปกติ 

ฉะนั้นหากอยากกินมังคุด ให้กินวันละไม่เกิน 3-4 ลูกเท่านั้น และต้องกินหลังอาหาร และให้เลี่ยงเนื้อแบบใส ๆ กรอบ ๆ เพราะน้ำตาลสูง

กลุ่มผลไม้ลางสาดสีเหลืองสดอยู่บนต้นไม้ ท่ามกลางใบไม้สีเขียว

3. ลองกอง

ลองกองจัดเป็นผลไม้อีกชนิดที่ทำให้เรื่องของน้ำตาลแย่ สุดท้ายจะน้ำตาลสูงเพราะกินเพลิน คนกินทีเป็น “ช่อ” ไม่ได้กินเป็น “เม็ด” ฉะนั้นถ้าอยากกินลองกอง ขอแนะนำว่าอย่าไปเอาช่อมาวางแล้วนเด็ดกิน ห้ามกินทั้งช่อ กินได้แค่ 3-4 ลูกเท่านั้น

ผลลิ้นจี่สดในตะกร้าหวาย มีทั้งผลที่มีเปลือกสีแดงและผลที่ปอกเปลือกแล้ว

4. เงาะ

เวลากินเงาะต้องระวังดี ๆ ยิ่งหากเป็นความดัน เบาหวาน ไขมัน ไขมันพอกตับ หรือโรคอะไรต่าง ๆ และอยากลดน้ำหนัก บอกเลยว่าอย่ากินเงาะกระป๋อง หากจะกินเงาะให้กินแค่ 2-3 ลูก 

ผลลิ้นจี่สีแดงสดซึ่งจัดอยู่ในชามไม้พร้อมใบเปปเปอร์มินต์

5. ลิ้นจี่ 

ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่น้ำตาลสูง ยิ่งเมื่อกินอร่อยก็จะหยุดไม่อยู่ น้ำตาลก็ยิ่งพุ่ง

วิธีเลือกกินผลไม้ไม่ให้น้ำตาลพุ่ง 

1. ห้ามกินตอนท้องว่างเด็ดขาด 

ให้กินหลังอาหาร โดยต้องคิดว่าผลไม้คือแป้ง แนะนำว่าในมื้ออาหารต้องกินเรียงลำดับ จากกินผัก กินโปรตีน แล้วค่อยกินข้าว ซึ่งหากใครอยากกินเงาะหรือทุเรียน ให้ลองนำจานมาแบ่ง 4 ส่วน โดยให้กิน ผัก 2 ส่วน โปรตีน 1 ส่วน แล้วนำส่วนของผลไม้มาใส่แทนข้าวใน 1 ส่วนทีเหลือ ซึ่งก็คือแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต

2. ขยับร่างกายหลังกินเสร็จ 

เวลาเดินเป็นเรื่องสำคัญ แม้ผลไม้บางตัวจะมีฟรุกโตสเยอะ แต่อย่างน้อยการเดินหลังกินก็ถือว่าดีและจำเป็นเสมอ 

ขอบคุณข้อมูลจาก – เพจ หมอเจด  / kapook.com

Scroll to Top